MagGang.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

Who เสียงนั้นที่ใต้ถุน

เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2564 - 13:08 น.
AA 54

❖Who❖

เสียงนั้น

ที่ใต้ถุน

บนโลกของเรา มีอะไรแปลกๆตั้งมากมาย ที่ไม่สามารถอธิบายได้

บนชานพักของบ้าน หญิงชราผมสีดอกเลานั่งเอนอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่ง ลมเย็นยามเช้าพัดหวีดหวิว สาวน้อยคนหนึ่งทะลึ่งพรวดเข้ามา จนหญิงชราตกใจเอ็ดตะโรผู้เป็นหลานสาวยกใหญ่ 'เก๋' หลานสาว ขอโทษขอโพย'ย่าแก้ว' ก่อนจะบอกธุระกับคุณย่า ว่าอยากให้คุณย่าเล่าเรื่องเกี่ยวกับบ้านไม้ท้ายสวนที่ปล่อยทิ้งร้างนั้น ย่าแก้วสั่งกำชับกับเก๋ว่า ถ้าเล่าแล้ว ห้ามไปยุ่งกับบ้านหลังนั้นเด็ดขาด ย่าแก้วก็เล่าเรื่องอย่างไม่อิดออด.

เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยปู่ย่าตาทวดยังหนุ่มๆสาวๆกันอยู่เลย ตอนนั้น ย่าแก้ว อายุ 16-17ปีได้ ย่าแก้วอาศัยอยู่กับพ่อแม่และน้องสาวชื่อ ย่าน้อย ทั้ง4คน อาศัยอยู่บ้านไม้ยกถุนสูง บ้านเรือนคนสมัยก่อน ค่อนข้างที่จะอยู่ห่างกันมาก พอตกกลางคืนจึงเงียบมาก ไฟฟ้าก็ไม่มีใช้ มีแต่ตะเกียงกับคบไฟ ที่พอจะให้แสงสว่างได้บ้าง

ในตอนนั้น หมู่บ้านมีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้น มีคนตายกันยกบ้านในคืนเดียว ซึ่งได้สร้างความแตกตื่นให้กับคนในหมู่บ้านเป็นอย่างมาก หลังแจ้งตำรวจเสร็จสรรพ ผู้ใหญ่บ้านก็หารือว่า จะนิมนต์หลวงพ่อมาทำพิธีปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้

วันทำพิธี ชาวบ้านทั้งหมดมารวมกันที่ศาลากลางหมู่บ้าน เพื่อให้หลวงพ่อรดน้ำมนต์ให้ ในระหว่างที่หลวงพ่อรดน้ำมนต์อยู่นั้น ย่าแก้วแอบได้ยินชาวบ้านซุบซิบกันว่า บ้านที่ตายกันยกครัว นี่ครอบครัวที่3แล้ว สองครอบครัวเป็นหมู่บ้านที่อยู่ระแวกอื่น เห็นว่าญาติที่อยู่หมู่บ้านนั้นเค้าเล่าให้ฟัง ว่ากันว่า หนึ่งในครอบครัวผู้เคราะห์ร้ายนั้น เล่าให้ฟัง ว่าตอนกลางคืนทั้งบ้านพากันเข้านอนหมดแล้ว จู่ๆ ได้ยินเสียงคนเดินอยู่ใต้ถุนบ้าน เสียงคน2คน คุยกันเบามาก ตอนแรกก็คิดว่าเป็นโจรมาปล้น สักพักเสียงคุยกันก็เงียบหายไป เก็บความสงสัยไว้จนเช้า จึงลงมาดู เห็นเป็นรอยเท้าใหญ่ๆ เหมือนเท้าผู้ชาย และมีเครื่องใช้ในบ้านหายไปชิ้นเดียวเท่านั้น พอผ่านไปอีกวัน ครอบครัวนั้น ก็ตายกันยกบ้าน อย่างหาสาเหตุไม่ได้ ตายคือนอนตาย เหมือนคนใหลตายนี่แหละ เป็นแบบนี้สองครอบครัว แล้วก็เล่าเหมือนๆกันด้วย ไม่คิดว่า มันจะมาเกิดกับหมู่บ้านของตนเอง

ย่าแก้วได้ยินเช่นนั้นก็กลัวมาก หลังจากพากันรับสายสิญจ์จากหลวงพ่อเสร็จ ย่าแก้วกับย่าน้อย ก็ชวนพ่อกับแม่ให้รีบกลับบ้าน

คืนนั้น ย่าแก้วและคนในครอบครัวก็พากันเข้านอน เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้ ย่าแก้วสะดุ้งตื่นขึ้น เมื่อได้ยินเสียงบางอย่างแปลกๆ ดังขึ้นที่ใต้ถุนบ้าน ย่าแก้วเอาหูแนบกับพื้นไม้ เพื่อที่จะฟังเสียงนั้นได้ถนัดขึ้น

"กูจะกินลูกสาวเอง มึงกินพ่อกับแม่มันนะ"

"เออๆ หยิบของมันไปชิ้นเดียว จองไว้ๆ เดี๋ยวไอ้ตัวอื่นมันมาแย่งกิน คืนพรุ่งนี้มากิน แล้วค่อยไปหมู่บ้านอื่นต่อ"

สิ้นเสียงชายสองคน ย่าแก้วช็อคคาพื้นไม้ ไม่กล้าแม้แต่จะกระดิกตัว ย่าแก้วนอนในท่านั้น จนผลอยหลับไปถึงเช้า

ย่าแก้วเล่าให้พ่อกับแม่ฟังถึงเรื่องเมื่อคืน พ่อกับแม่จึงนำเรื่องไปเล่าให้หลวงพ่อฟัง ย่าแก้วไม่ได้ตามพ่อกับแม่ไป จึงไม่ได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ พอกลับมา พ่อกับแม่ก็บอกย่าแก้วกับย่าน้อยว่า อยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว เราต้องรีบออกไปก่อนที่จะมืดค่ำ ย่าแก้วจึงถามพ่อกับแม่ว่าทำไม แต่ก็ไม่มีคำตอบใดๆ ย่าแก้วจึงทำได้แค่เก็บข้าวของที่จำเป็น แล้วเดินตามพ่อกับแม่ออกไป

ย่าแก้วกับครอบครัว ย้ายไปอยู่กระท่อมที่ติดกับวัด จนเก็บเงินซื้อที่ดินสร้างบ้านเป็นของตัวเอง ซึ่งก็เป็นบ้านที่อาศัยอยู่จนปัจจุบันนี้ ย่าแก้วเคยถามพ่อกับแม่ของย่าแก้ว ว่าทำไมต้องย้ายออก ก็ได้คำตอบแค่ว่า หลวงพ่อให้ย้ายออกก็เท่านั้น ไม่มีใครรู้ว่า เสียงที่อยู่ใต้ถุนบ้านในคืนนั้น คืออะไร และเป็นเสียงของใคร

พอเล่าจบ เก๋ก็ทำหน้างงๆ แบบเชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่ง ย่าแก้วถามเก๋กลับว่า ไม่เชื่อเหรอ เก๋ไม่ตอบ แต่ย่าแก้วรู้แล้วว่าเก๋ไม่เชื่อแน่นอน เด็กรุ่นใหม่มักไม่เชื่ออะไรง่ายๆ ย่าจึงเตือนเก๋ว่า ไม่เชื่อ แต่ก็อย่าคิดไปบ้านหลังนั้นเด็ดขาด เพราะไม่รู้ว่า มันยังเฝ้าจะกินใครอีกรึเปล่า และถ้าจะนอนค้างที่นี่ ตอนกลางคืนได้ยินเสียงอะไรก็ห้ามลงมาข้างล่างเด็ดขาด เก๋ไม่ตอบอะไร ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ ก่อนจะเดินลงไปชั้นล่าง

ค่ำคืนนั้น เก๋ต้องนอนค้างที่บ้านย่าแก้วก่อนกลับกรุงเทพฯพรุ่งนี้

เวลาสี่ทุ่มเศษๆ ย่าแก้ว เดินขึ้นมาส่งเก๋เข้าห้องนอน พอเก๋ล้มตัวลงนอนบนเตียง ย่าแก้วบอกฝันดี ก่อนปิดไฟและปิดประตูให้ เก๋หลับไปด้วยความเพลีย

แต่แล้ว มีเสียงบางอย่างดังขึ้นจากใต้ถุนบ้าน เก๋ตกใจเบิกตาโพลง เรื่องเล่าของย่าแก้วแล่นพรวดเข้ามาในหัว เก๋กล้าๆกลัวๆ ค่อยๆย่องให้เบาที่สุดไปเปิดประตู ในระหว่างนั้น เก๋ไม่ลืมที่จะหยิบโทรศัพท์ไปด้วย เก๋เดินลงมาจนถึงชั้นล่าง วาดไฟฉายจากโทรศัพท์ไปรอบๆกลับไม่มีสิ่งผิดปกติใดๆ พอจะหันหลังกลับไป ก็เห็นร่างสีดำขนาดใหญ่เส้นผมสยายปลิวไหวทั้งๆที่ไม่มีลมพัด เก๋ตกใจมาก ไม่ทันตั้งตัว จนหงายหลังตกบันได แต่ดีที่ไม่สูงมาก เก๋ลุกขึ้นวิ่งโดยไม่คิดอะไรทั้งนั้น สาดไฟฉายไปมาซ้ายทีขวาที แต่ตอนนี้เก๋สติหลุดกระเจิงไปแล้ว

พลัน สายตาของเก๋เหลือบไปเห็นร่างของใครสักคนยืนอยู่ จึงสาดไฟฉายไป เห็นเป็นย่าน้อยยืนอยู่ เก๋เอ่ยปากเรียกย่าน้อย ย่าน้อยไม่ยอมหันมา แต่กลับพูดบางอย่างออกมา ว่า

“หลานไม่น่าลงมาข้างล่างเลย หลานน่าจะเชื่อคำของย่าแก้ว หลานไม่น่าเห็นมันเลย” สิ้นประโยคของย่าน้อย ย่าน้อยก็ค่อยๆบิดหัวมาด้านหลัง นัยย์ตาขาวโพลนพร้อมฉีกยิ้มให้

!!!!!

เก๋ สะดุ้งตื่นขึ้น!! หันไปมองนาฬิกา เป็นเวลาหกโมงเช้า ชาวเมืองกรุงกำลังขวักไขว่วุ่นวาย แต่เก๋นั่งเหม่ออยู่บนที่นอน พรางนึกถึงฝันร้ายเมื่อคืน นี่ก็จะเข้าเดือนที่สามแล้ว แต่เก๋ก็ยังฝันแบบนี้อยู่ซ้ำๆ ตั้งแต่ไปเยี่ยมย่าแก้วคราวนั้น หวนนึกไปว่า น่าจะเชื่อฟังย่าแก้วตั้งแต่แรก เหมือนที่ย่าน้อยบอก เก๋คงไม่ต้องมาฝันร้ายซ้ำๆอยู่แบบนี้

เมื่อสามเดือนก่อน ตอนที่เก๋กำลังจะขึ้นรถกลับกรุงเทพฯ ย่าแก้วยังเล่าให้เก๋ฟังอีกว่า วันที่ย่าน้อยจะเสีย ย่าน้อยกระซิบข้างๆหูย่าแก้วว่า

"คืนนั้น ฉันเห็นมัน"

ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  
คัดลอก URL แล้ว

Who เสียงนั้นที่ใต้ถุน