MagGang.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

ไซเรนหลอน

เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2564 - 14:29 น.
AA 54

ไซเรน หลอน...

เรื่องนี้เป็นเรื่องของตำรวจวัยเกษียรท่านหนึ่ง ซึ่งรู้จักมักคุ้นกับญาติๆของผม วันนั้นมีงานบวชหลานที่บ้าน ท่านจึงมาร่วมงานด้วย นั่งล้อมวงสรวนเสเฮฮากันกับญาติๆ จนล่วงไปสี่ห้าทุ่ม ตกดึกขนาดนี้ แน่นอนว่า เรื่องผีๆ ก็ย่อมผุดขึ้นมาในหัวของทุกคนเป็นธรรมดา ต่างคนต่างเล่ากันไป จนกระทั่งมาถึงท่านตำรวจวัยเกษียรท่านนี้ และเรื่องท่านเล่านี่แหละ ที่ผมจะหยิบยกมาเล่าในคราวนี้

ท่านเล่าว่า สมัยท่านเป็นตำรวจหนุ่ม วัยยี่สิบปลายๆ ได้ไปสังกัดที่จังหวัดสุรินทร์ ย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีก่อน อะไรก็ยังไม่เจริญเหมือนสมัยนี้ เส้นทางการสัญจรก็ไม่ค่อยดี ตกกลางคืนยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย ทั้งเปลี่ยวทั้งเงียบ ขนาดเจ้าถิ่นยังปอดแหกได้เหมือนกัน

จำได้ว่า วันนั้นอยู่เวรกับเพื่อน ประมาณสี่ทุ่มเศษๆ มีเสียงวอดังขึ้น แจ้งเหตุว่า มีการปล้นชิงทรัพย์เกิดขึ้น ที่ท้ายหมู่บ้านในตำบลใกล้เคียง เมื่อทราบพิกัดแน่ชัด ก็พากันขับรถสายตรวจตรงไปที่หมู่บ้านนั้นทันที ระหว่างทางที่ไปนั้น สองข้างทางเป็นป่าหนาทึบ มีโค้งหลายโค้ง ไม่แปลกถ้าจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยๆ ท่านบอกว่า ตอนที่ขับรถไปนั้น ก็รู้สึกกลัวๆเหมือนกัน แต่เป็นหน้าที่ยังไงก็ต้องไป ดีที่มีเสียงของไซเรนช่วยขับไล่ความกลัวออกไปได้บ้าง เพื่อนที่นั่งมาด้วยกันก็ได้แต่นิ่งเงียบ ไม่พูดไม่จาสักคำ ท่านจึงถามเพื่อนไปว่า เป็นอะไร เพื่อนก็เล่าว่า ตอนที่ขับรถออกมาประมาณ4กิโลเมตร ตรงทางโค้งมีซากรถตรวจจอดทิ้งอยู่ตรงนั้น ท่านก็บอกเพื่อนว่า ซากรถตรวจที่ไหน ขับรถผ่านมาไม่เห็นมี เพื่อนของท่านก็บอกอีกว่า เห็นจริงๆ เห็นซากรถตรวจจอดทิ้งอยู่ตรงป่าข้างทาง ตรงโค้งนั้น แล้วตอนที่ขับรถผ่าน แสงไฟจากไซเรนกระทบไปที่ซากรถ เห็นเป็นผู้ชายสองคนนั่งอยู่ในซากรถคันนั้น ท่านก็เอ็ดเพื่อนว่า มึงตาฝาดละมั้ง แสงไฟกระทบแค่ครู่เดียว จะเห็นเป็นรูปเป็นร่างขนาดนั้นเลยเหรอ เพื่อนก็เงียบไม่พูดไม่จาอะไรอีกจนตลอดทาง พอไปถึงที่เกิดเหตุ เห็นกลุ่มคน 5-6 คน นั่งอยู่ตรงศาลาริมถนนเส้นหนึ่ง ตรงท้ายหมู่บ้าน

ท่านกับเพื่อนลงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ รวมถึงสอบถามผู้เสียหาย แต่คำถามแรกที่คนกลุ่มนั้นถาม คือ "มารับผู้เสียหายเหรอ เห็นเมื่อสักครู่มีมากัน 2 นาย ไม่เห็นพูดอะไร แล้วก็ขับรถไปเลย " ท่านบอกว่า ท่านงงเลยครับ ก็ท่านกับเพื่อนพึ่งมาถึง จะเป็นตำรวจแถวอื่นก็คงไม่น่าใช่ เพราะปกติจะไม่ทำงานทับทางกันอยู่แล้ว ท่านสงสัยจึงถามกลับไปว่า ใครกันเหรอที่เป็นตำรวจมาตรวจก่อนหน้า คนกลุ่มนั้นตอบว่า เป็นตำรวจ 2 นาย เปิดไซเรนเสียงดัง มาตรวจแต่ก็ไม่พูดอะไรนะ แล้วก็ขึ้นรถขับออกไปเลย ท่านก็ได้แต่สงสัย ว่าตำรวจ 2 นายนั้น เป็นใคร เปิดไซเรนเสียงดังก็ต้องได้ยินเสียงบ้างสิ พอตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเสร็จ ก็ได้ให้ผู้เสียหายกับพยานที่เห็นเหตุการณ์ ขึ้นรถไปด้วย ซึ่งได้ขึ้นรถไปด้วยกันทั้งหมด 4 คน ขับออกไปได้สักพัก เพื่อนของท่านก็พูดขึ้นว่า จะกลับทางเดิมเหรอ กลับทางอื่นได้มั้ย ไม่อยากให้ผ่านตรงนั้นเลย ท่านก็บอกเพื่อนว่า ออกมาไกลแล้ว ใช้เวลาไม่นานก็ถึงโรงพักแล้ว จนกระทั่งขับถึงตรงโค้งนั้น สายตาของท่านกับเพื่อน จับจ้องไปที่ซากรถตรวจคันนั้น ที่เพื่อนของท่านพูดถึง จู่ๆ ไซเรนเจ้ากรรมของซากรถตรวจคันนั้น ก็มีไฟสว่างสีแดงวูบวาบขึ้นมาเฉยเลย คุณพระ! ท่านกับเพื่อนพร้อมกับผู้เสียหายและพยานที่อยู่ด้วยกันในรถ ถึงกับร้องลั่น เป็นอันว่าคืนนั้น สอบปากคำกันไม่รู้เรื่อง เพราะต่างคนต่างสติหลุดกันหมด

รุ่งเช้า ท่านเลยไปถามประวัติรถตรวจคันนั้น กับชาวบ้านที่อยู่ในระแวกนั้น ระหว่างทางที่ขับรถไปจนถึงตรงโค้งนั้น ปรากฏว่า ซากรถตรวจคันนั้นหายไปแล้ว ท่านก็งงว่าหายไปไหน ชาวบ้านบอกว่า เมื่อ 5 เดือนก่อน มีตำรวจ 2 นาย เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ ตรงทางโค้งนั่นแหละ หลังจากนั้น เค้าก็เอาซากรถตรวจไปทำใหม่ มาให้ท่านกับเพื่อนได้ใช้กันอยู่ทุกวันนี้แหละ พระเจ้า! ท่านกับเพื่อนถึงกับเกือบลมจับ ก็ใครจะไปรู้ ว่าไอ้ซากรถที่เจอกันเมื่อคืนกับรถที่ตัวเองใช้ขับอยู่เนี่ย มันก็คือคันเดียวกัน...


ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  
คัดลอก URL แล้ว

ไซเรนหลอน